วัคซีนหมาแมว วัคซีนจำเป็นต้องฉีดอะไรบ้าง และต้องฉีดซ้ำเมื่อไหร่
Vaccines for Dogs & Cats: What's Essential
วัคซีนแบ่งเป็นแบบจำเป็น (core) ที่ควรฉีดทุกตัว และแบบเสริม (non-core) ที่ฉีดตามไลฟ์สไตล์และความเสี่ยง การเข้าใจหลักการนี้จะช่วยให้ตัดสินใจเรื่องวัคซีนกับสัตวแพทย์ได้ตรงจุดและไม่ฉีดเกินจำเป็น

วัคซีนหลักสำหรับสุนัข
- ไข้หัดสุนัข (Distemper)
- ไวรัสตับอักเสบหรืออะดีโนไวรัส (Adenovirus)
- พาร์โวไวรัส (Parvovirus)
- ไวรัสหวัดหรือพาราอินฟลูเอนซา (Parainfluenza)
- พิษสุนัขบ้า (Rabies)
- เลปโตสไปรา (Leptospirosis) ซึ่งแนวทางล่าสุดแนะนำให้เป็นวัคซีนหลักสำหรับสุนัขทุกตัว
วัคซีนหลักสำหรับแมว
- ไข้หัดแมวหรือแพนลิวโคพีเนีย (FVRCP/Panleukopenia)
- ไวรัสเริมและคาลิซีที่ทำให้ทางเดินหายใจและตา (ส่วนหนึ่งของ FVRCP)
- พิษสุนัขบ้า (Rabies)
- ไวรัสมะเร็งเม็ดเลือดขาวแมว (FeLV) สำหรับแมวที่ออกนอกบ้านหรืออยู่ร่วมกับแมวตัวอื่น
การให้วัคซีนแมวควรคำนึงถึงความเสี่ยง เช่น แมวที่อยู่ในบ้านเท่านั้นอาจไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนบางชนิดที่เฉพาะสำหรับแมวที่ออกนอกบ้าน สัตวแพทย์จะประเมินให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์
ตารางการฉีดที่พบบ่อย
| ช่วงอายุ | การฉีด | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ลูกหมา/ลูกแมว 6–8 สัปดาห์ | วัคซีนหลักเข็มแรก | เริ่มชุดวัคซีนรวม |
| ทุก 2–4 สัปดาห์ จนถึง 16 สัปดาห์ขึ้นไป | ฉีดซ้ำต่อเนื่อง | เพื่อให้แน่ใจว่าภูมิคุ้มกันจากแม่ไม่ไปขัดขวางวัคซีน |
| อีก 1 ปีหลังชุดแรก | กระตุ้นเข็มถัดไป | ต่อยอดภูมิคุ้มกันระยะยาว |
| หลังจากนั้น | กระตุ้นทุก 3 ปี สำหรับวัคซีนหลักบางชนิด | ตามแนวทาง AAHA/WSAVA วัคซีนบางชนิดอาจต้องฉีดทุกปี |
วัคซีนเสริม (Non-core)
วัคซีนเสริมฉีดเฉพาะสัตว์ที่มีความเสี่ยง เช่น สุนัขที่ไปโรงเรียนฝึกหรือสถานที่รวมหมา อาจได้วัคซีน bordetella (โรคไอหงอนไก่) หรือไข้หวัดสุนัข สุนัขที่โดนเห็บกัดตามป่าอาจได้วัคซีนไลม์ ส่วนแมวที่ออกนอกบ้านอาจได้วัคซีน FIV สัตวแพทย์จะประเมินความเสี่ยงแล้วแนะนำเป็นรายตัว
- สอบถามสัตวแพทย์ว่าไลฟ์สไตล์ของสัตว์เลี้ยงเสี่ยงกับโรคใดบ้าง
- ไม่ต้องฉีดวัคซีนทุกชนิดที่มีขาย เพราะการฉีดเกินจำเป็นไม่เกิดประโยชน์และมีค่าใช้จ่าย
- บันทึกประวัติวัคซีนทุกครั้งและพกติดตัวเมื่อเดินทาง
ผลข้างเคียงที่ควรรู้
- เซื่องซึมหรือเบื่ออาหารเล็กน้อย 1–2 วันหลังฉีด เป็นเรื่องปกติ
- บวมหรือกดเจ็บบริเวณที่ฉีด อาจอยู่หลายสัปดาห์
- อาการแพ้รุนแรงพบได้ยาก เช่น หายใจลำบาก หน้า/ปากบวม หรืออาเจียน ควรรีบพบสัตวแพทย์ทันที
ความจริง: สัตว์ที่อยู่ในบ้านก็มีความเสี่ยง เช่น เชื้อติดเข้ามากับคน รองเท้า หรือสัตว์อื่น และวัคซีนพิษสุนัขบ้ายังเป็นการป้องกันโรคที่อันตรายต่อคนในบ้านด้วย การปรึกษาสัตวแพทย์ช่วยตัดสินใจตามความเสี่ยงจริง
คำถามพบบ่อย
ลูกหมา-ลูกแมวต้องฉีดวัคซีนกี่ครั้ง?
โดยทั่วไปเริ่ม 6–8 สัปดาห์ แล้วฉีดซ้ำทุก 2–4 สัปดาห์จนถึงอายุ 16 สัปดาห์ขึ้นไป ตามด้วยกระตุ้นอีกครั้งใน 1 ปี แล้วจึงยืดระยะได้ตามแนวทาง
วัคซีนหลักและวัคซีนเสริมต่างกันยังไง?
วัคซีนหลักจำเป็นสำหรับทุกตัว เช่น ไข้หัด พาร์โว พิษสุนัขบ้า ส่วนวัคซีนเสริมฉีดตามความเสี่ยง เช่น bordetella หรือ FIV ขึ้นกับไลฟ์สไตล์และพื้นที่
ฉีดวัคซีนแล้วต้องฉีดซ้ำทุกปีไหม?
ไม่จำเป็นทุกชนิด วัคซีนหลักบางชนิดกระตุ้นทุก 3 ปีตามแนวทาง AAHA/WSAVA แต่บางชนิดยังต้องฉีดทุกปี ให้สัตวแพทย์วางแผนตามยี่ห้อวัคซีนและความเสี่ยง
ผลข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนควรทำยังไง?
อาการเซื่องซึมเล็กน้อย 1–2 วันเป็นปกติ แต่ถ้ามีใบหน้าบวม หายใจลำบาก หรืออาเจียน ต้องรีบพบสัตวแพทย์ทันที
แหล่งอ้างอิง
การให้วัคซีน — วิกิพีเดียภาษาไทย
WSAVA — Vaccination Guidelines
AAHA — Canine Vaccination Guidelines
Cornell Feline Health Center — Feline Vaccines: Benefits and Risks