CChocoMoji
หน้าแรกความรู้สัตว์เลี้ยงการดูแลพาหมาแมวเดินทาง ขึ้นรถ นั่งเครื่องบิน เตรียมตัวยังไงให้ปลอดภัยทั้งคนและสัตว์

พาหมาแมวเดินทาง ขึ้นรถ นั่งเครื่องบิน เตรียมตัวยังไงให้ปลอดภัยทั้งคนและสัตว์

Traveling Safely with Dogs & Cats

สุนัขแมวการดูแล

การเดินทางกับสัตว์เลี้ยงต้องเตรียมตัวล่วงหน้า ทั้งเอกสารสุขภาพ วัคซีน และการฝึกให้คุ้นเคยกับการนั่งรถ เพื่อให้ทั้งคนและสัตว์ไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัยและไม่เครียด

สุนัขตัวเล็กในรถยนต์พร้อมสายรัดนิรภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง
ภาพ: File:Cute small dog in a car wearing a safe harness and seat belt. Ready to travel. Traveling with pets concept (50011313628).jpg · CC BY 2.0 · Jernej Furman from Slovenia

เช็กลิสต์ก่อนเดินทาง

  • ไมโครชิปและป้ายชื่อพร้อมเบอร์โทรปัจจุบันติดตัวสัตว์
  • วัคซีนครบตามกำหนด พร้อมเอกสารบันทึกวัคซีน
  • ใบรับรองสุขภาพจากสัตวแพทย์ หากเดินทางข้ามจังหวัดหรือข้ามประเทศ
  • อาหาร น้ำสะอาด ชาม พร้อมของใช้ประจำตัวและยา
  • กระเป๋าใส่ของส่วนตัว เช่น ของเล่น ผ้าห่ม เพื่อความคุ้นเคย
  • เตรียมเบอร์ติดต่อสัตวแพทย์และโรงพยาบาลสัตว์ฉุกเฉินปลายทาง

นั่งรถอย่างปลอดภัย

วิธีนั่งรถที่ถูกต้อง
  1. ใช้กรง/ลังที่ระบายอากาศได้ ยึดแน่นไม่เลื่อน หรือใช้สายรัดนิรภัยสำหรับสัตว์โดยเฉพาะ
  2. วางไว้ที่เบาะหลัง ไม่ใช่เบาะหน้า ใกล้ถุงลมนิรภัย
  3. ห้ามให้สัตว์นั่งตักคนขับหรือวิ่งอิสระในรถ
  4. ห้ามให้หัวหรือตัวยื่นออกนอกหน้าต่าง เพราะเสี่ยงบาดเจ็บและสิ่งแปลกปลอมเข้าตา
  5. หยุดพักทุก 2–3 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ฉี่ เดิน และดื่มน้ำ
  6. อย่าให้อาหารในรถที่กำลังเคลื่อนที่ เพื่อลดอาการเมารถ
ห้ามทิ้งสัตว์ไว้ในรถที่จอดอยู่แม้เพียงช่วงสั้น ๆ เพราะในวันที่อากาศร้อน อุณหภูมิในรถสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกิดฮีตสโตรกและเสียชีวิตได้ แม้จะเปิดหน้าต่างไว้ก็ตาม

ขึ้นเครื่องบิน

ถ้าต้องขึ้นเครื่อง ควรจองเที่ยวบินตรงเพื่อลดระยะเวลาที่สัตว์อยู่ในระหว่างทาง ตรวจสอบกฎของสายการบินเรื่องขนาดกรงและเงื่อนไขการขนส่ง และควรหลีกเลี่ยงการขนส่งในช่องเก็บสัมภาระใต้ท้องเครื่องถ้าเลี่ยงได้ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนหรือหนาวจัด

  • ยืนยันเรื่องขนาดกรงและน้ำหนักกับสายการบินก่อนจอง
  • ติดป้ายชื่อ เบอร์โทร และรูปสัตว์ไว้ที่กรง
  • ทาเจ้าหน้าที่ว่ามีสัตว์อยู่ในกรงตลอดเส้นทาง
  • ไม่ให้ยาสงบประสาทโดยไม่ปรึกษาสัตวแพทย์ เพราะอาจกดการหายใจระหว่างบิน

ฝึกให้คุ้นกับการเดินทาง

ฝึกทีละน้อย
  1. เริ่มจากพาขึ้นรถแล้วจอดนิ่ง ให้รางวัลเมื่อสงบ
  2. ขับเป็นระยะสั้น ๆ ในละแวกบ้านแล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลา
  3. ให้ของเล่นหรือผ้าห่มโปรดเป็นสิ่งคุ้นเคยในรถ
  4. ถ้าสัตว์มีอาการเมารถ ก่อนเดินทางจริงควรปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องวิธีจัดการ
ตัวอย่างจากคลินิก

แมวอายุ 2 ปีน้ำลายไหลและอาเจียนทุกครั้งที่ขึ้นรถ เจ้าของฝึกพาขึ้นรถจอดนิ่งวันละ 10 นาทีพร้อมให้รางวัล แล้วค่อย ๆ ขับไปใกล้ ๆ ก่อนยืดระยะ ภายในหนึ่งเดือนแมวทนนั่งรถได้ครึ่งชั่วโมงโดยไม่อาเจียน

ความเชื่อผิด ๆ ที่ควรเลิกเชื่อ

ความเชื่อ: เปิดหน้าต่างให้หมาโผล่หัวก็ปลอดภัย

ความจริง: การโผล่หัวนอกหน้าต่างเสี่ยงเศษหิน เศษขยะเข้าตา และการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ควรเก็บหัวไว้ในรถและใช้สายรัดหรือกรงที่ปลอดภัยเสมอ

ความเชื่อ: ให้ยาสงบประสาทก่อนเดินทางช่วยให้หมาแมวสงบ

ความจริง: ยาสงบหลายชนิดกดระบบหายใจและอาจเป็นอันตรายโดยเฉพาะบนเครื่องบิน ควรปรึกษาสัตวแพทย์ถึงวิธีจัดการความวิตกกังวลอย่างปลอดภัยแทน

เรื่องน่ารู้: การเดินทางกับสัตว์เลี้ยงต้องเตรียมเอกสารและฝึกคุ้นเคยล่วงหน้า ระหว่างเดินทางต้องใช้กรงหรือสายรัดนิรภัย ห้ามให้โผล่หัวนอกหน้าต่าง และห้ามทิ้งไว้ในรถจอดเด็ดขาด

คำถามพบบ่อย

เดินทางข้ามจังหวัดต้องเตรียมเอกสารอะไร?

ควรมีบันทึกวัคซีนพร้อมครบ และใบรับรองสุขภาพจากสัตวแพทย์ เพราะบางพื้นที่กำหนดให้แสดงเอกสาร โดยเฉพาะการเดินทางข้ามประเทศต้องตรวจสอบกฎของประเทศปลายทางล่วงหน้า

หมาแมวเมารถทำยังไง?

ฝึกพาขึ้นรถระยะสั้น ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่ม งดอาหารก่อนเดินทาง และปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องยาลดเมารถที่ปลอดภัย ไม่ควรให้ยาสงบโดยไม่ปรึกษา

ขึ้นเครื่องบินกับสัตว์เลี้ยงได้ไหม?

ได้แต่ต้องตรวจสอบกฎสายการบินเรื่องกรงและน้ำหนัก ถ้าเลี่ยงได้ควรหลีกเลี่ยงการขนส่งใต้ท้องเครื่อง และไม่ให้ยาสงบโดยไม่ปรึกษาสัตวแพทย์

ทิ้งหมาแมวไว้ในรถแป๊บนึงได้ไหม?

ไม่ได้เด็ดขาด แม้เปิดหน้าต่าง อุณหภูมิในรถสูงขึ้นเร็วมากจนเกิดฮีตสโตรกและเสียชีวิตได้

แหล่งอ้างอิง

แมว — วิกิพีเดียภาษาไทย

หมา — วิกิพีเดียภาษาไทย

ASPCA — Travel Safety Tips